4.ประวัติยาเบญจกูล
เบญจกูล หรือ พิกัดเบญจกูล เป็นพิกัดยาที่ใช้กันมากในตำรับยาไทย เพราะว่าใช้ประจำธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ในร่างกายของคนเรา ทั้งยังใช้แก้ในกองฤดู กองสมุฏฐานต่างๆอีกด้วยพระอาจารย์ท่านได้กล่าวสืบต่อกันมาว่า มีฤาษี 6 ตน ซึ่งแต่ละตนได้ค้นคว้าตัวยาโดยบังเอิญ โดยแต่ละอย่างนั้นมีสรรพคุณรักษาโรค และสมุฏฐานต่างๆได้ ซึ่งมีประวัติ ดังนี้
- ฤาษีตนหนึ่งชื่อ "ปัพพะตัง" บริโภค "ผลดีปลี" เชื่อว่า อาจระงับอชิณโรคได้ (แพ้ของแสลง)
- ฤาษีตนหนึ่งชื่อ "อุธา" บริโภค "รากช้าพลู" เชื่อว่า อาจระงับซึ่งความเมื่อยขบได้
- ฤาษีตนหนึ่งชื่อ "บุพเทวา" บริโภค "เถาสะค้าน" เชื่อว่า อาจระงับเสมหะและวาโยได้
- ฤาษีตนหนึ่งชื่อ "บุพพรต" บริโภค "เจตมูลเพลิง" เชื่อว่า อาจระงับโรคอันบังเกิดแต่ดี อันทำให้หนาวและเย็นได้
- ฤาษีตนหนึ่งชื่อ "มหิทธิธรรม" บริโภค "เหง้าขิง" เชื่อว่า อาจระงับตรีโทษได้
- ฤาษีตนหนึ่งชื่อ "มุรทาธร" เป็นผู้ประมวลสรรพยาทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน ให้ชื่อว่า "เบญจกูล" เสมอภาค เชื่อว่า ยาเบญจกูลนี้ อาจระงับโรคอันบังเกิดแก่ ทวัตติงสาการ คือ อาการ 30 ของร่างกาย มีผมเป็นต้นและมันสมองเป็นที่สุด และบำรุงธาตุทั้ง 4 ให้บริบูรณ์
ตัวยาแต่ละตัวในเบญจกูล ใช้เป็นยาประจำธาตุได้ดังนี้
- ดอกดีปลี ประจำ ธาตุดิน (ปฐวีธาตุ)
- รากช้าพลู ประจำ ธาตุน้ำ (อาโปธาตุ)
- เถาสะค้าน ประจำ ธาตุลม (วาโยธาตุ)
- รากเจตมูลเพลิง ประจำ ธาตุไฟ (เตโชธาตุ)
- เหง้าขิง ประจำ ทวารของร่างกาย (อากาศธาตุ)
ทั้ง 5 ตัว เป็นยารสร้อน สำหรับบำรุงเลือด

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น