วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

ความรู้พื้นฐาน-ประวัติยาเบญจกูล




4.ประวัติยาเบญจกูล

      เบญจกูล หรือ พิกัดเบญจกูล เป็นพิกัดยาที่ใช้กันมากในตำรับยาไทย เพราะว่าใช้ประจำธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ในร่างกายของคนเรา ทั้งยังใช้แก้ในกองฤดู กองสมุฏฐานต่างๆอีกด้วย
      พระอาจารย์ท่านได้กล่าวสืบต่อกันมาว่า มีฤาษี 6 ตน ซึ่งแต่ละตนได้ค้นคว้าตัวยาโดยบังเอิญ โดยแต่ละอย่างนั้นมีสรรพคุณรักษาโรค และสมุฏฐานต่างๆได้ ซึ่งมีประวัติ ดังนี้

  1. ฤาษีตนหนึ่งชื่อ "ปัพพะตัง" บริโภค "ผลดีปลี" เชื่อว่า อาจระงับอชิณโรคได้ (แพ้ของแสลง)
  2. ฤาษีตนหนึ่งชื่อ "อุธา" บริโภค "รากช้าพลู" เชื่อว่า อาจระงับซึ่งความเมื่อยขบได้
  3. ฤาษีตนหนึ่งชื่อ "บุพเทวา" บริโภค "เถาสะค้าน" เชื่อว่า อาจระงับเสมหะและวาโยได้
  4. ฤาษีตนหนึ่งชื่อ "บุพพรต" บริโภค "เจตมูลเพลิง" เชื่อว่า อาจระงับโรคอันบังเกิดแต่ดี อันทำให้หนาวและเย็นได้
  5. ฤาษีตนหนึ่งชื่อ "หิทธิธรรม" บริโภค "เหง้าขิง" เชื่อว่า อาจระงับตรีโทษได้
  6. ฤาษีตนหนึ่งชื่อ "มุรทาธร" เป็นผู้ประมวลสรรพยาทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน ให้ชื่อว่า "เบญจกูล" เสมอภาค เชื่อว่า ยาเบญจกูลนี้ อาจระงับโรคอันบังเกิดแก่ ทวัตติงสาการ คือ อาการ 30 ของร่างกาย มีผมเป็นต้นและมันสมองเป็นที่สุด และบำรุงธาตุทั้ง 4 ให้บริบูรณ์

     ตัวยาแต่ละตัวในเบญจกูล ใช้เป็นยาประจำธาตุได้ดังนี้
  • ดอกดีปลี ประจำ ธาตุดิน (ปฐวีธาตุ)
  • รากช้าพลู ประจำ ธาตุน้ำ (อาโปธาตุ)
  • เถาสะค้าน ประจำ ธาตุลม (วาโยธาตุ)
  • รากเจตมูลเพลิง ประจำ ธาตุไฟ (เตโชธาตุ)
  • เหง้าขิง ประจำ ทวารของร่างกาย (อากาศธาตุ)

    ทั้ง 5 ตัว เป็นยารสร้อน สำหรับบำรุงเลือด



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น