1.1.3. พืชวัตถุจำพวกหัว-เหง้า
ได้แก่ พรรณไม้ที่ใช้หัวหรือเหง้าฝังลงดิน ส่วนมากเป็นพืชล้มลุกเมื่อเข้าฤดูฝน ฝนตกลงมาก็แตกหน่อออกต้นเจริญงอกงาม และเมื่อถึงฤดูแล้ง ฝนไม่มีก็เหี่ยวเฉาลง ล้มแห้งตายไป เมื่อถึงฤดูฝนก็แตกหน่อเจริญงอกงามมาใหม่อีกเป็นดังนี้เรื่อยไป บางชนิดก็ทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี บางชนิดทนทานต่อความแห้งแล้งไม่ค่อยได้ แล้วแต่ชนิดของพืช จะกำหนดแน่นอนไม่ได้ แต่ที่เรียกกันว่าหัวนั้น ต้องมีลักษณะกลม ถ้ายาวก็ต้องมีลักษณะกลมมากกว่า เหง้านั้น อาจเป็นลักษณะแบนเป็นปุ่ม เป็นแง่งหรือยาวรี มีลักษณะต่างๆกัน พวกหัว เช่น หัวบุก หัวกลอย และหัวกระดาด ส่วนเหง้าและแง่งจะหาดูได้ง่าย เช่น เหง้าสับปะรด เหง้าข่า แง่งขิง แง่งไพล แง่งกระชาย และหาข้อพึงสังเกตุเอาไว้ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร พวกนี้ตามท้องถิ่นทั่วๆไป นิยมเรียกกันว่า หัว หรือ เหง้า ดังตัวอย่างต่อไปนี้กระชาย ไม้ล้มลุกลงหัว มี 3 ชนิด คือ กระชายเหลือง กระชายดำ กระชายแดง นิยมใช้อย่างเหลือง
- หัว รสเผ็ดร้อนขมหอม สรรพคุณ แก้ปากเปื่อย ปากแตกเป็นแผล ขับระดูขาว แก้ใจสั่น แก้ปวดมวนในท้อง แก้บิดมูกเลือด บำรุงกำลัง
- แง่งหรือรากใหญ่ ที่ติดกับหัว รสเผ็ดร้อนขมเล็กน้อย สรรพคุณ แก้กามตายด้าน ทำให้จิตใจกระชุ่มกระชวย มีคุณสมบัติคล้ายโสมจีน
- หัว รสเบื่อเย็น สรรพคุณ บำรุงหัวใจ ขับชีพจร ขับพยาธิในท้อง แก้พิษในข้อกระดูก แก้เม็ดประดง
- หัว รสเมาชื่น สรรพคุณ หุงกับน้ำมันใส่แผล กัดฝ้าแผล กัดหนอง แก้เรื้อรัง รับประทาน แก้เถาดานในท้อง และกัดเมือกมันในท้องได้ดีอีกด้วย
- หัว รสจืดเบื่อ สรรพคุณ แก้นิ่ว แก้เบาหวาน เบื่อพยาธิ แก้ไตพิการ แก้แผลพุพอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น